น้ำส้มควันไม้ที่ได้จากถ่าน

“น้ำส้มควันไม้”  ผลพลอยได้มูลค่าสูงจากการเผาถ่าน

ระบบการผลิตถ่านแบบดั้งเดิมหรือแม้กระทั่งโรงงานเตาเผาถ่านในปัจจุบันหลายต่อหลายแห่งยังไม่มีระบบที่ใช้ประโยชน์จากของเหลือ(Waste) จากขั้นตอนการเผาถ่านซึ่งต้องมีควันไม้เกิดขึ้นจำนวนมาก จนอาจจะเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมด้านสภาพอากาศได้ เตาเผาถ่านที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงนั้น หากทำการจัดสร้างและติดตั้งอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการใช้ประโยชน์จากควันไม้เหล่านั้น  ก็จะสามารถผลิตผลพลอยได้(ByProduct)เป็นผลิตภัณฑ์น้ำส้มควันไม้ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในเชิงอุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรม ได้อย่างกว้างขวางและมีผลลัพธ์ที่ดี

น้ำส้มควันไม้ หรือWoodVinegar
เป็นของเหลวสีน้ำตาลใสมีกลิ่นควันไฟ ชิมดูจะมีรสเปรี้ยวเนื่องจากกภาพความเป็นกรดโดยของเหลวนี้จะผลิตได้จากการควบแน่นควันไฟที่เกิดขึ้น ในขณะที่ฟืนไม้กำลังเปลี่ยนเป็นถ่านในเตาเผา(ขั้นตอนที่เรียกว่าCarbonization) ที่อุณหภูมิระหว่าง 300?C-400?C  ในสภาวะอุณหภูมิดังกล่าวสารประกอบต่างๆในไม้ฟืนจะถูกความร้อนสลายตัวทำให้เกิดเป็นสารประกอบใหม่อันเป็นประโยชน์ในหลายๆด้านไม่ว่า จะเป็นการปลูกพืช การเลี้ยงปลา เลี้ยงสัตว์ หรือการนำไปใช้งานในโรงงานอุสาหกรรมอื่น
เตาเผาถ่านอิวาเตะแบบของชมรมสวนป่า ผลิตภัณฑ์และพลังงานจากไม้ ซึ้งพัฒนาจากของเดิม โดยคุณพุฒินันท์ พึ่งวงศ์ญาติ รองประธานชมรมฯจะออกแบบปล่องดักควันแสตนเลสที่สามารถใช้ประโยชน์จากควันไม้จำนวนมากที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการเผาถ่านมากลั่น เป็นน้ำส้มควันไม้ดังกล่าวได้ โดยของเหลวจากการควบแน่นควันไฟนี้ จะมีอัตราส่วนประมาณ 8% ของน้ำหนักไม้ฟืน หรือหากมีระบบการ หล่อเย็นท่อกับแสตนเลสที่ใช้ดักควันไม้ ก็จะให้ผลผลิตเพิ่มสูงขึ้น อาจได้มากถึง 15%ซึ่งขณะนี้เตาเผาถ่านอิวาเตะขนาด12คิวบิกเมตรซึ่ง ใช้อากาศจากภายนอกปล่องเก็บควันเพื่อกลั่นเก็บของเหลวจะให้น้ำส้มควันไม้ประมาณ 400 ลิตรโดยใช้ไม้ฟืน 5  ตัน
คุณพุฒินันท์เจ้าของผลงานเตาอิวาเตะในประเทศไทยบอกว่าหากพัฒนาระบบหล่อเย็นด้วยน้ำติดตั้งกับท่อดักควันแล้วการเผาฟืน 5,000 กิโลกรัมอาจจะให้ผลผลิตน้ำส้มควันไม้ที่มีคุณค่าถึง 800 ลิตร เลยทีเดียว
น้ำส้มควันไม้บริสุทธิ์จึงจะใช้งานได้ดี

เนื่องจากคุณสมบัติที่เป็นกรด(ค่าpHประมาณ1.5–3.7)จึงควรใช้ถังพลาสติกขนาด 200 ลิตรเป็นภาชนะรองรับน้ำส้มควันไม้ดิบที่เก็บ สะสมได้จากปล่องควันซึ่งในการเลือกเก็บผลผลิตน้ำส้มควันไม้นี้เจ้าของเตาสามารถตรวจสอบได้จาก เทอร์โมมิเตอร์ที่วัดอุณหภูมิที่บริเวณปาก
ปล่องควัน ตามมารฐานนั้นแนะนำให้เก็บผลผลิตได้ในช่วงอุณหภูมิที่ปากปล่องระหว่าง 80?C-150?C ซึ้งอุณหภูมิภายในต้วเตาเผาจะเท่ากับ 300?C-400?C และเป็นช่วงที่ผลผลิตจะมีคุณภาพดีที่สุด

น้ำส้มควันไม้ดิบที่เก็บจากการกลั่นตัวที่ปล่องควันยังไม่สามารถนำมาใช้งานได้ในทันที เนื่องจากยังมีส่วนประกอบบางอย่างที่อาจเป็นอันตรายต่อพืชหรือสิ่งมีชีวิตได้ เช่น น้ำมันดิน(Tar)ที่อาจจะไปปิดปากใบและเกาะติดรากในพืชทำให้พืชเติบโตช้า หรือตายได้ ดังนั้นการนำน้ำส้มควันไม้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริงจะต้องผ่านขั้นตอนการทำให้บริสุทธิ์เสียก่อน ซึ้งมีวิธีการด้วยกัน  3 วิธี  ดังนี้

1.การปล่อยให้ตกตะกอน
เป็นวิธีง่ายๆที่ผู้ผลิตนิยมเลือกใช้วิธีนี้ในการผลิตโดยนำน้ำส้มควันไม้ดิบที่กลั่นได้มาเก็บในถังทรงสูงมากกว่าความกว้างประมาณ3เท่าการทิ้งให้ตกตะกอนในระยะ90วันจะทำให้ผลผลิตน้ำส้มควันไม้แยกตัวเป็น3ระดับ ชั้นบนจะเป็นน้ำมันใสชั้นกลางจะเป็นของเหลวสีชา ซึ่งก็คือน้ำส้มควันไม้ที่จะนำไปใช้นั้นเอง ส่วนชั้นล่างสุดนั้นเป็นของเหลวข้นสีดำเราสามารถลดเวลาการตะกอนโดยการผสมผงถ่านประมาณ 5% ของน้ำหนักรวมของน้ำส้มควันไม้ทั้งหมด  โดยผงถ่านจะดูดซับทั้งน้ำมันใสชั้นบนและน้ำมันดินลงสู่ชั้นล่างสุดในเวลาที่เร็วขึ้นเพียง 45 วันเท่านั้น ถังตกตะกอนนี้ควรติดตั้งวาล์ว 3ระดับ หรือ 2 ระดับ ในกรณีเลือกใช้ผงถ่านในการช่วยตกตะกอนโดยวาล์วนี้จะช่วยในการเก็บผลผลิต ให้สะดวกขึ้น หลังจากตกตะกอนในถังจนครบกำหนดแล้วจึงนำของเหลวสีชาในชั้นกลางมากรองซ้ำอีกครั้งด้วยผ้ากรองจึงจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ โดยน้ำส้มควันไม้ที่บริสุทธิ์ควรจะมีน้ำมันดินไม่เกิน1%พิจารณาง่ายๆด้วยสายตา น้ำส้มควันไม้ที่ดีควรจะมีสีใสจนถึงชา หากมีลักษณะขุ่นดำแสดงถึงความหนาแน่นของน้ำมันดิน ซึ่งไม่เป็นผลดีในการนำไปใช้งาน
2.อาศัยการกรอง และกลั่น
อาศัยการกรอง และการกลั่น ซึ่งทั้งสองวิธีการทำน้ำส้มควันไม้ให้บริสุทธิ์นี้  เป็นเทคนิคที่ค่อนข้างยุ่งยากนิยมใช้กันในระดับโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผลผลิตน้ำส้มควันไม้ที่มีคุณสมบัติเฉพาะในอุตสาหกรรมนั้น
คุณประโยชน์ที่หลากหลาย ชาวญี่ปุ่นนำเอาน้ำส้มควันไม้บริสุทธิ์ใช้งานกันแพร่หลาย เท่าที่มีข้อมูล เขาใช้กันในอุตสาหกรรมผลิตเครื่องสำอางค์ ในอุตสาหกรรมอาหารมควัน ย้อมผ้าผลิตสารป้องกันเชื้อราในเนื้อไม้ ตลอดจนการผลิตสารช่วยย่อย แบบ Prebiotic ซึ่งกำลังได้รับการ
กล่าวถึงกันมากทีเดียว นอกจากคุณค่าในอุตสาหกรรมแล้วการใช้งานในการผลิตเชิงเกษตรหลายอย่างก็ยังเป็นผลดีอย่างยิ่งเนื่องจากสามารถช่วยลดการใช้สารเคมีอันตารายลงได้ ตัวอย่างกาใช้งานในภาคเกษตร มีดังนี้

  • ใช้น้ำส้มควันไม้ผสมน้ำ 20 เท่า ใช้พ่นลงดิน เพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์และแมลงในดิน ป้องกันโรครากและโนเน่าจากเชื้อรา ไส้เดือนฝอย และสาเหตุอื่น ๆแต่แมื่อใช้ในปริมาณเข้มข้นควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เช่น กรณีนี้ให้ดำเนินการก่อนเพาะปลูก 10วัน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบ จากก๊าซคาร์บอนโมโนออกไซด์(CO)ซึ่งเป็นพิษต่อพืชได้ หากไม่เว้นช่วงระยะเวลา หรือหากจะใช้ในปริมาณเจือจางลงโดยการผสมน้ำ50เท่า ก็สามารถพ่นลงดินแก้ปัญหาเรื่องรากได้โดยตรง
  • ผสมน้ำ 200 เท่า ที่ความเข้มข้นระดับนี้สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น ฉีดพ่นที่ใบพืช  และพื้นดินรอบ ๆ ต้น  ทุก ๆ 7 – 15 วัน เพื่อป้องกันและขับไล่แมลง หรือสามารถทำลายไข่แมลงได้ดี  รวมถึงเป็นการสนับสนุนการทำงานของเชื้อจุลินทรีย์ชนิดที่มีประโยชน์ให้ทำงานได้ดี  ส่งผลให้การเจริญเติบโตของพืชดีขึ้น  ในหลาย ๆ ด้าน
  • ผสมน้ำ 500 เท่า ฉีดพ่นผลอ่อนของพืช หลังจากติดผลแล้ว  15 วัน และพ่นอีกครั้งก่อนเก็บเกี่ยว 20 วัน เพื่อช่วยในการสังเคราะห์น้ำตาลของพืชผล
  • หรือหากผสมน้ำ 1,000 เท่า ใช้ผสมกับสารเคมีที่ใช้กับต้นพืช  เพื่อประสิทธิภาพในการจับใบ  จึงสามารถลดปริมาณการใช้สารเคมีให้น้อยลงได้
  • ใช้น้ำส้มควันไม้อัตราเข้มข้น 100 % หมักกับหอยเชอรี่บดเศษปลา  หรือกากคั่วเหลืองในอัตราส่วน  น้ำส้มควันไม้  2 ต่อ  1 ส่วน กับแหล่งโปรตีนเหลือใช้ต่าง ๆ หมักไว้นาน 1 เดือน แล้วกรองกากออก ใช้เจือจาง 200 ส่วน เป็นปุ๋ยเคมีคุณภาพสูง
  • ในด้านงานปศุสัตว์ น้ำส้มควันไม้ผสมน้ำ 200 เท่า ใช้ฉัดพ่นคอกสัตว์เพื่อลดกลิ่นและแมลงได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยอาจจะใช้ในความเข้มข้นมากขึ้นในครั้งแรก ๆ
  • ใช้ในการผสมอาหารสัตว์ เพื่อช่วยย่อยอาหารและป้องกันโรคท้องเสีย  โดยการผสมกับผงถ่านเสียก่อน  ให้ใช้น้ำส้มควันไม้ 2 ลิตร คลุกกับผงถ่าน 8 กก. แล้วจึงนำผงถ่านชุ่มน้ำส้มควันไม้ไปผสมอาหารสัตว์อีก  990 กก.  คลุกคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง จะได้อาหารสัตว์ 1 ตันพอดี ซึ่งถ่านผสมอาหารสัตว์นั้นจะช่วยให้สุขภาพสัตว์โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดี  และมีผลผลิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผลพลอยได้ที่มีมูลค่ามากกว่าผลผลิต


น้ำส้มควันไม้ที่กล่าวว่ามีคุณประโยชน์มากมายนั้น ว่าไปแล้วก็ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้ครอบจักรวาลเช่นเดียวกับ ถ่านไม้ซึ่งได้นำเสนอข้อมูลไปแล้ว ไม่ว่าจะนำมาใช้ในครัวเรือนใช้ในงานเกษตรกรรม ปศุสัตว์  และอุตสาหกรรมการผลิตอีกสารพัดชนิดทั้งนี้ คุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของผลิตภัณฑ์น้ำส้มควันไม้เห็นจะเป็นข้อที่ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับกระแสการบริโภคในปัจจุบันที่เน้นเรื่องของความปลอดภัย ปลอดสารพิษสามารถใช้ได้อย่างสะดวก  ไร้สารเคมีตกค้างส่งผลให้ขณะนี้การนำน้ำส้มควันไม้เข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรม  เป็นเรื่องที่ไม่ยากเย็นนัก

น้ำส้มควันไม้นั้นมีสารประกอบ มากกว่า 200 ชนิดเช่นกรดอินทรีย์และแอลกอฮอล์ชนิดต่าง ๆ รวมทั้งสารอินทรีย์อื่น ๆ เช่า อะซีติกแอซิด(Acetic Acid),โปรไพโอนิค (Propionic Acid)และแร่ธาตุตามธรรมชาติอีกนานาชนิดซึ่งเป็นประโยชน์หลายประการจริง ๆ เรียกว่าสาธยาย ไม่ถ้วนเลยทีเดียว ในประเทศญี่ปุ่น การใช้งานผลพลอยได้จากการผลิตถ่าน คือน้ำส้มควันไม้ แพร่หลายมานานมากแล้ว ใช้กันทั้งในด้านอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมเป็นผลดีอย่างที่เชื่อถือได้ทีเดียว ส่วนในการใช้งานในบ้านเรา การใช้งานน้ำส้มควันไม้ยังอยู่ในวงจำกัดแต่ขณะนี้ก็กำลังเผยแพร่ออกไปมากแล้ว จากการทำงานของชมรมสวนป่าฯโดยคุณพุฒินันท์ พึ่งวงศ์ญาติ กำลังมุ่งทำตลาดอย่างขะมักเขม้นแต่ในความจริงที่ได้ฟังมา คือตอนนี้เรายังมีกำลังผลิตไม่เพียงพอ ตลาดรองรับผลผลิตจึงยังไม่สามารถคืบหน้าได้มากนักจึงต้องเน้นการขยายฐานการผลิตไปหาเกษตรกรก่อนซึ่งดังที่ได้กล่าวมาแล้ว  ซึ่งการผลิตด้วยเตาอิวาเตะในแต่ละเดือนจะมีผลผลิตสูงถึง เดือนละ 1,200 ลิตร/เตา แต่ความต้องการจากโรงงานอุตสาหกรรมบางแห่ง  หากจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์น้ำส้มควันไม้ดังกล่าวก็อาจจะมีความต้องการนับหมื่นลิตรต่อเดือน เพราะถ่านไม้ที่ผลิตได้ ราคาขายขั้นต่ำกิโลกรัมละ5บาท แต่มีจำนวนมากกว่าน้ำส้มควันไม้ประมาณ 5 เท่า ซึ่งก็ยังเทียบไม่ได้กับราคาขายน้ำส้มควันไม้ ดังนั้นเจ้าผลพลอยได้ที่แปรรูปมาจากของเสียชนิดนี้เอง ที่น่าจะโดดเด่นขึ้นมาในแง่ของผลตอบแทนมากกว่าผลผลิตหลักเสียอีก

ที่มา : หนังสือนิตยสารเทคโนโลยีเกษตรแนวใหม่ , ปีที่4ฉบับที่40 เดือนธันวาคม 2546 ,หน้า76-78